วสันต์โปรย … คืนแห่งเหมันต์

เช้านี้เงียบ….
 
สายนี้นิ่ง…..
 
บ่ายนี้เหงา….
 
เย็นนี้เศร้า….
 
ค่ำนี้ง่วง…..
 
…………………………………………
 
ผ่านเช้า ไปอย่างว่องไว กับการติว conflict and resultion วิชาเถือๆ ของน้อง ตุนลิ้นหมู … ปองตั้งฉายาให้เค้าว่า "หมูเนย"…. ที่ห้องสมุดของคอนโด บางกอกการ์เด้น
 
เวลาย่างมาถึงบ่ายสาม…. ออกมาสูดอากาศเตรียมแยกย้าย … เวลาล่วงไปนานขนาดที่ทำให้เมฆตั้งเค้ามืด ลมริมสระว่ายน้ำพัดแรง มากระทบต่อมหรรษาใจกลางสมอง … เบียร์เย็นๆ หนังสือสักเล่ม เอกเขนกริมสระน้ำเพลานั้น คงจะเป็นความสุขไปช่วงหนึ่งแน่นอน ….. แต่ความรับผิดชอบ กระแทกตัวออกมาจากมุมลับของมัน กระตุกต่อมหรรษาให้คำนึงถึง งานที่ต้องทำ ต่อไป และ วันสอบที่งวดมาเหลือแค่สองวัน…..
 
ท่านหญิงแห่งปทุมวัน – โรงนอนมีราคา เคียงข้างมาบุญครอง เป็นจุดต่อมาที่ย่างไปถึง…. Kongju – เกาหลีที่ถูกแต่งองค์ราวกับราชวงศ์ได้ย้ายถิ่นมาที่นี่… จังกึมแห่งกงจู สร้างสรรค์อาหารผ่านเมนูร้อยแปดเตรียมไว้ต้อนรับ คนที่ถวิลหา รสชาดแห่งเกาหลี ที่ตั้งใจมาที่นี่…… แต่เสียใจ ที่วันนี้ อาหารในร้านไม่ได้ถูกชิวหาของผมสัมผัส…..
 
จรลี ผ่านทางเดินอันมืดมัว สีของฟ้าขมวดเข้มขึ้นทุกวินาที…. สายน้ำพระพิรุณโปรยปรายลงมา กระทบใบหน้าของผมอย่างบางเบา…. ไม่มีผลอันใดต่อการเดินทางไปจุดหมายต่อไป….. ร้านอาหารเก่าๆ มีเมนูที่ต้องการ … ใช้เวลาเพียงเสี้ยวชีวิตของแบคทีเรียเท่านั้น…ในการ สังเคราะห์พลังงานผ่าน อาหารที่เข้าปาก…. จบการลิ้มอาหาร … กลับสู่โลกภายนอก พระพิรุณกริ้วสิ่งอันใดในสากลโลกใบนี้ ฤา? ท่านร่วมมือกับวายุเทพ โหมให้สายฝนลงแรงท่ามกลางลมปั่นป่วน … ย่างผ่านสายฝนให้ตัวเปียกปอนไป ศุนย์หนังสือ … คาดหวังกับกาแฟอุ่นๆในมุม text book แต่บัดนี้มันอันตรธานไปแล้ว หยิบหนังสือยืนให้ผ่านตาไปสักสองเล่ม แล้วก็หันหัวไป…..
 
ลิโด้ – unfinished life – บอกเล่าถึงความอ่อนแอที่กัดกินใจคน ผ่าน ปู่กับลูกสะใภ้ และบอกเล่าถึงโลกที่มีการอภัย โดยคนร่วมตรม และยังบอกถึงหนทางเยียวยา ผ่านหลานสาวผู้แข็งแกร่งเกินวัยเยาว์ของแก……
 
หนังเล่าเรื่องราวของมันไป ชั่วโมงกว่าๆ – พอออกมาจากโรง ฟ้ายามเย็น ผสมสีกับดวงตะวันแดงหลังม่านเมฆ อากาศหนาวเย็น และลมไหลเอื่อย – ชีวิตมันช่างเงียบเหงานัก
 
วันนี้มองตัวเองแล้ว มีแต่แสร้งไม่ยอมรับความจริงที่อยู่ตรงนี้เลย
จะพบความอ่อนแอที่ซ่อนในความหยาบกร้าน
ในรอยยิ้ม ยังมีรอยหม่นที่ดวงตา
ในเสียงหัวเราะ มีความรู้สึกว้าเหว่
ทุกๆลมหายใจ ไม่ได้บอกอะไรมากไปกว่า หน้ากากที่คงใส่เพื่อสร้างแรงผลักให้ตัวเองเดินต่อไป
 
เราจะเดินไปที่ไหนกัน ความฝัน? ความสำเร็จ?
เดินยังไงกัน เดินไปข้างหน้าคอตั้ง? เดินไปเหลียวหลังไป? วิ่งไปไม่สนอะไร?
เดินกับใครล่ะ ใครสักคน?
เดินเพื่ออะไร?
 
———
 
ผมหายใจอยู่ ผมมีตัวตนอยู่ และ ผมยังมีความรู้สึกอยู่
 
นี่คือสิ่งที่ผมได้จากการเดินทางทั้งวัน
 
———
 
ขายังมีแรงก็คงต้องเดินล่ะนะ

About hyperglycimia

PONG... me as the pong
This entry was posted in Mine. Bookmark the permalink.

3 Responses to วสันต์โปรย … คืนแห่งเหมันต์

  1. Naphatr says:

    ตกลง วันนั้นพี่ปองกินอะไรอ่ะ
     
    ปล. เพิ่งทำชอคให้พวกหน่องเสร็จล่ะ หน้าตาดีเหมือนคนทำเรย ๕๕๕๕๕๕
    ตะกี้ แอบชิมไปอย่างละคำ (ไม่เยอะๆ มีสี่อย่าง ก็สี่คำ หึหึ)
    รู้ในทันทีว่า ใครสักคนต้องบอก "เหี้ย ขมชิบหาย"

  2. cเ o iา t says:

    ถ้าขามีแรง ตังยังมี และไม่หล่ะทิ้งซึ้งความหวังก็ จะทำให้มองเห็นฝันและอนาคต…
     
    แต่ตอนนี้…..
     
    พี่ปองครับไปหาเหล้ากินกันเถอะ…
     
    กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก

  3. Pichapong says:

    ไม่…สอบปริญญาโทอยู่ยังทำงานไม่เสร็จด้วย  

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s