ความฝันในวัยเยาว์ – ความฝันในตอนนี้

เด็ก อยากได้เมีย สวย รวย เก่ง
ตอนนี้ อยากได้ภรรยา เป็นคนดี ฉลาด เข้าใจเรา
 
เด็ก อยากรวยสัดๆ
ตอนนี้ อยากมีเงินแค่พอตอบสนองความต้องการพื้นฐานได้ตลอดเวลา
และเหลือเงินพอเลี้ยงพ่อแม่
 
เด็ก อยากได้รถแรงพ่อตาย รถสวยเครื่องแรงแดกน้ำมัน
ตอนนี้ รถที่ประหยัดน้ำมัน ติดแก๊สก็ดี จริงๆอยากได้ hydrogen engine
ใช้น้ำขับเคลื่อน
 
เด็ก อยากได้บ้าน modern ใหญ่ๆ เอาไว้ใส่โรงหนัง และสนามบอล
ตอนนี้ อยากได้บ้านไม้ มีชานโล่งๆ ไม่ต้องใหญ่มาก
แต่บริเวณบ้านเยอะๆไว้ปลูกต้นไม้
 
เด็ก อยากได้สัตว์ทุกชนิดในโลก ไว้ในสวนหลังบ้าน
ตอนนี้ อยากให้สัตว์โลก อยู่ในที่ของมัน ที่ๆมันควรอยู่ แต่เลี้ยงหมา แมว หมู
ปลา ก็พอแล้ว
 
เด็ก อยากให้โลกหมุนรอบเรา
ตอนนี้ อยากให้เราหมุนสวนทางกลับโลก
 
เด็ก กูเป็นที่หนึ่งของจักรวาล
ตอนนี้ กูเป็นคนหนึ่งในจักรวาล
 
เด็ก อยากได้เมียเยอะๆ แฟนเยอะๆ
ตอนนี้ อยากได้เมียคนเดียว คนที่จะอยู่ไปกับเรา ที่จะแก่เฒ่าพร้อมเรา
คนที่สามารถเห็นเค้าใส่ฟันปลอมได้โดยไม่หัวเราะ
 
เด็ก อยากเดินทางรอบโลก โดยไม่สนอะไร
ตอนนี้ อยากเดินทางไปตามทาง สักวันมันก็หมุนรอบโลกเอง
 
เด็ก อยากให้แม่อยู่เลี้ยงนานๆ
ตอนนี้ อยากเลี้ยงแม่ จนเค้าไม่อยู่กับเรา
 
______________________________________________________________________
 
ตอนนี้อยากได้บ้าน ที่มีพื้นที่เยอะๆมาก สักสองสามไร่กลางกรุง
ไว้เป็นที่หยุดหายใจ
อยากได้ต้น มะขามใหญ่ๆ
อยากได้ต้นไม้ ลำต้นเท่าควาย อยู่ข้างบ้าน
อยากได้บ้านมีชาน ไว้วางชุดรับแขกไม้
อยากได้เรือนคอนกรีตเปลือย ไว้เป็นห้องแกลลอรี ข้างต้นชมพูพันธุ์ทิพย์
อยากได้ลั่นทม อยู่ข้างห้องหนังสือ อยากอ่านหนังสือใต้ต้นลีลาวดี
อยากได้ดอกแก้ว ริมรั่วบ้าน
 
อยากมีที่ให้ตัวเองและเพื่อนๆ เป็นที่พักเวลาเหงา เวลาต้องการความอบอุ่น
 
อยากให้ผมมีแฟนที่รักผมคนเดียว ที่ผมจะเป็นคนสุดท้ายของเธอ
และเธอเป็นคนสุดท้ายของผม

About hyperglycimia

PONG... me as the pong
This entry was posted in Mine. Bookmark the permalink.

10 Responses to ความฝันในวัยเยาว์ – ความฝันในตอนนี้

  1. Derek says:

    กูเกิลพาผมมาผมพบว่าความเฟื่องเมื่วัยเยาว์ของแต่ละคนไม่ต่างกันและเมื่่อโตขึ้นมาคนเราก็เฟื่องไม่ต่างกันไม่แปลกที่นักทฤษฎีหลายๆคนสามารถจะวาางทฤษฎีเพื่อล้อมกรอบของมนุษย์ได้เพราะคนเรามันเหมือนๆกันนี่เองบ้านคุณคงสวยมีเมื่อไหร่แล้วถ่ายรูปมาให้ชื่นชมนะคับขอบคุณกูเกิลที่ให้ผมได้มมาเจอสเปซน่าอ่านอีกหนึ่งแล้วจะมาอีกทีครับ

  2. Fern says:

    สามารถหาที่แบบนั้นได้ที่
     
    สนามหลวง
     
    ครับพี่

  3. Pichapong says:

    ขอบคุณครับ คุณบ่าวเดิ้ลส่วนคิวว์ – เตี่ยเอ็งดิ สนามหลวง……. ไม่ได้ไปหาผีขนุน

  4. Suthawan says:

     
    คามมาจาด blog ของบ่าวเคิ้นอ่ะนะ แอบชอบคอมเม้นต์ เรามันก็มองโลกในแบบที่เรามอง งงไหม ?
    555 ความอยากของฉัน เพิ่มขึ้น ๆ เรื่อย ๆ ตั้งแต่เด้กจนโต อารมณ์แระมาณว่า (( ถมไม่เต็ม)) สักที
    บางความอยากได้รับการบำบัดแล้ว ก็อยากใหม่ บางความอยากฉันก็ปล่อยมันเป็นหม้ายตาม…วันเวลา
    จนวันนี้ โลกสอนให้ฉันอยากแต่สิ่งที่เป็นไปได้ โลกไม่ให้ฉันอยากในสิ่งที่ ยากจะเกิด ฉันคิดน้อยลง
    จนเกือบไม่ได้คิดอยากเอง แต่ถูกระบบ ((บอกให้อยาก)) และก็เดินตาม เศร้า อยาก กยาก แบบ เด็ก ๆ
     
     

  5. Arintada says:

    รินไม่อยากให้โลกหมุนรอบตัวริน
    แต่รินอยากให้โลกหมุนตามริน…ได้มั้ยคะ😛

  6. Derek says:

    คุณ Arinchy ครับเราต้องลองทำตัวเป็นแกนครับแข็งๆ กระด้างๆ ให้เหมือนแกนเหล็กแล้วเดี๋ยวทุกอย่างจะหมุนรอบตัวเราครับแต่ระวังนิดนึงครับเวลาแข็งๆเนี่ยมันจะหักเอาง่ายเลยทีเดียว

  7. MyTRuEstORy says:

    + เเวะมาเม้นให้คับ … เด่ววันหลังจะเเวะมาใหม่นะคับ +

  8. Pichapong says:

    Rindsay my dear,The questionn is that "Could the world came follow me?"The world turn around you, or you turn around the world, or the world came follow you, is about the scale and reference perspective.no matter what is the reference or what is the size, the scale, but the world is still being the world and you are also my dear Rindsay.The answer for the question is that- depends on your perspective in being you!!!If you want to let the world to follow you, you should shake the world first – then if you have enough power or magnitude, the people will see you themselves.Afterthat when the people see you, you will becoming a new reference point. and if you marvelously move yourself toward ahead all people in the world, the world will follow you for sure.!!! 

  9. afR0N0N says:

    Stop talkin around the bush bro\’ !!
    I dont get the whole shit
    Get to the point pls, thank you

  10. Pichapong says:

    เอาที่ตอบคุณเอ้(มั้ง) มาแปะไว้ อยากให้เป็นรอยเท้าประทับไว้ซักที่ใน space แห่งนี้
    —————————-
     
     
    "แวะมาหา จาก จุดเชื่อมโยงที่ทิ้งไว้ที่ space ของผม——————————————————ผมลองเดินผ่านเรื่อง fashion ที่ไม่ถนัด เข้าสู่กลางเรื่องดีกว่า จริงๆ แล้ว เรื่องของ fashion กับ identity มันก็คือเรื่องเดียวกัน แต่จำกัดกรอบการมองให้ตื้นลึก ต่างกันแค่นั้นเองนะ ในความคิดของผมตัวตน (Identity) เป็นเครื่องมือที่ trend setter หรือนักการตลาด ผสมกับมือโฆษณา สร้างขึ้นมา เพื่อจำลองปัจเจก และเสริมคุณค่า(value) ความหรูหรา ให้กับตัวสินค้าจะเอาอะไรกับมันมาก……. มันก็แค่แก่นที่เหมือนๆกัน แล้วหาเปลือกมาหุ้ม ให้กลายเป็นตัวตน อย่างที่ trend setter ต้องการจะเรียกIdentity ที่เห็นกันทั่วไปอย่างดาดดื่น มีค่าพอที่จะเรียกว่า เป็น Identity หรือ?เหมือนที่เจ้าของ blog เขียนไว้นั่นแหละ"ถ้าเปลือกเปลี่ยน แล้วแก่นจะเปลี่ยนมั้ย ?"————————————————————————-(กระซิบ)เปลือกผมเปลี่ยน กระพี้ก็เปลี่ยน แต่แก่นมันอยู่ด้านใน มันเปลี่ยนไม่ทันแล้ว (ฮา)————————————————————————-
    1. แนะนำตัวคะ ปอง – vir\’ the pongster ชายไทยผู้นิยมเมรัย ศิลปะ และหนังสือ
     
    2. ทะเล – ภูเขา คุณชอบอะไร ทำไม ?
     ชอบภูเขา ริมทะเล ในหน้าฝนเพราะว่า มันนิ่งอยู่กับทะเลคลั่ง ทำให้จิตใจโหยหา การเปลี่ยนแปลงและกินเหล้า อ่านหนังสือ ริมทะเล คนเดียว ตอนเย็นๆมันเหงา กว่า อยู่บนดอยกินเหล้าอ่านหนังสือคนเดียว
    3. หนังสือเล่มโปรดคือ  ….. เพราะอะไร
    "คาฟกา วิฬาร์ นาคาตะ" (Kafka on the shore)เพราะในหนังสือตระกูลมุราคามิ หลายต่อหลายเล่มที่ผมอ่านมา ไม่ว่าจะเป็น- Pinball – A Wild Sheep Chase – South of the Border, West of the Sun- The Wind-Up Bird Chronicle – Sputnik Sweetheart – After Dark คือทุกเรื่องภาษาสวย และเนื้อเรื่องชวนให้เห็นแสงปลายทางร่ำไรที่ไปไม่ถึงซะทีเหมือนกันแต่หนังสือเล่มนี้ (Kafka of the Shore)นี้แสดงให้ผมเห็นถึงความสวยงามของภาษา เมื่อนำมาใช้อย่างสวยงามในเชิงร่วมเพศ และที่ชอบมากอีกอย่างก็คือ การนำ character ของ Franz Kafka มาใช้กับตัวละครเดินเรื่อง
    4. หัวหมา หางเสือ เลือกได้เลือกเป็นอะไร ?หางเสือ เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้เสือมีสง่าราศี เสือไม่สามารถเดินตามปกติได้เืมื่อปราศจากหางทำให้สมดุลย์เป็นถึงคนคุมชีวิต พญาเสือเชียว
     
    5. เสื้อผ้าชุดที่คิดว่าไปได้ทุกโอกาสคือ ( อธิบายละเอียดนะ )
     เชิร์ตคอจีนสีขาว กับกางเกง slack สีเข้มไปงานศพได้ไปประชุมได้ไปงานแต่งงานได้ไปเดินเล่นได้ถ้าจะออกงาน ก็ใส่แจ๊คเก็ตสูททับได้ เมื่อเป็นทางการถ้างานไม่ทางการก็ เปิดอกหน่อย
    6. เรียนอะไรอยู่ (จบอะไรมา) ชอบไหม จุดเด่นของสิ่งที่เรียนคืออะไร ?
    เรียนตรี IT เมื่อก่อนชอบ เพราะอยากเรียน จุดเด่นคือ เป็นสิ่งที่ทำให้วันนี้ ผมได้มารู้จักเจ้าของ space นี้ ผ่าน internetตอนนี้อิ่มตัวกับงานด้าน IT แล้ว มันก็เป็นได้แค่คนของ technology แต่ไม่สามารถเป็น คนของคนได้เรียนโท Management ชอบ เพราะ ได้ deal กับคนหลากหลาย เรื่องหลายเรื่อง 
    7. ถ้าต้องขายของที่ตลาด จะขายอะไร ?? เพราะอะไร ??
     อยากขายผักชี เพราะว่า ถ้าไม่มีผักชีโรยหน้า ของกินเนี๊ยบแค่ไหน มันก็เป็นแค่ของกินที่ดีแต่ถ้าโรยผักชีลงไป ของอร่อยจะเิพิ่มคุณค่าความอร่อยและถ้า ทำอะไรไม่เสร็จดี โรยผักชีลงไป จะดูเหมือนกับว่าดี
    8. ถ้ามีโอกาสสร้างหนัง จะสร้างหนังแนวไหน ? ทำไม ?
    แนวทดลองส่วนตัว อยากทำหนังนัวร์ แต่พูดถึงโลก fantasy ในอนาคต ที่คนถามหาความศรัทธาจากถุงเท้า ไหมพรม 
    9. อะไรคือสิ่งที่ดี และ แย่ที่สุดของตัวเอง ?
     สิ่งที่ดีคือการเป็นคนดีที่เคยเลว ผ่านประสบการณ์มามากมาย และชอบอ่านหนังสือส่วนที่แย่คือ การเป็นคนเลวที่กลับมาเป็นคนดี และอ่านหนังสือมากไป หมกมุ่นกับปรัชญา และอัตตาสูง
    10. มีอะไรจะบอกจะของสเปซไหม ??อิอิถ้าคิดว่าผมบ้า คุณคิดผิดถ้าคิดว่าผม อ่านหนังสือ แล้วเพ้อเจ้อกับนามธรรม คุณคิดผิด
    ถ้าคิดว่าผมเป็นคนอย่างที่คุณคิด คุณคิดผิดผมชื่อปองครับ แก่นของผมอยู่ที่อารมณ์ ณ เวลานั้นครับไม่ใช่จิ้งจก เปลี่ยนตามสิ่งแวดล้อมไม่ได้ มีอัตตาเป็นที่ตั้ง มีปัจเจกคอยสนับสนุน ลาละครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s