เรื่องนี้ไม่มีวันจบ ปฐมบท

ผมเคยคิดจะเขียนนวนิยายส่งประกวด
ผมวางพล๊อตเรื่องเสร็จตั้งแต่เดือนพฤษภาคม
เวลาล่วงมา 5 เดือน ไม่มีแม้แต่หมุดปักแรกที่สำเร็จตามแผนที่วางไว้
แผนทั้งหมด ผิดไปเรียบร้อยแล้ว
และผมก็คว่ำพล๊อตเรื่องนั้นทิ้งไป โดยไม่ใยดี
====
 
ตอนนี้ผมอยากเขียนนิยายเรื่องยาว สักเรื่อง อีกครั้ง
แต่ผมจะไม่วางพล๊อต ไม่มีขีดจำกัด หรือระยะเวลาใดๆ อย่างจำกัด
 
ผมอยากเขียนนิยาม โดยใช้ความคิดในแต่ละวัน
คอมเม้นต์ในแต่ละเรื่อง และตัวละครทั้งหลายล้วนมาจากคนที่มาเม้นต์ในวันก่อนหน้า
 
"เรื่องนี้จะเกิดจากจินตนาการของผมล้วนๆ"
 
และตัวละครคนแรกที่จะปรากฎตัว ก็คือ "น้องนุ่น"
================================================
 
เอกะ ปฐมบท
 
 
น้องนุ่น เป็นชื่อของ "ซาลาเปา" ลูกหนึ่งในซึ้งนึ่ง
ซาลาเปาลูกนี้ เป็นซาลาเปา ไส้ถั่วแดง ใส่ไข่เค็ม
ซึ่งไม่สามารถอธิบายได้ว่า เป็นของหวาน หรือเป็นของคาว กันแน่เนี่ย
 
ซาลาเปาไส้ถั่วแดง ใส่ไข่เค็ม อาจจะเรียกได้เป็นซาลาเปาพิเศษ มีอยู่ลูกเดียวในโลก
ผิวแป้งซาลาเปาขาวนวล ป่องตรงข้าง เหมือนซาลาเปาสวยๆแบบปกติ
แต่ดูแค่ภายนอก ก็ยากที่จะจำแนกได้ถึงความพิเศษ ของซาลาเปา "น้องนุ่น"
 
แป้งซาลาเปาที่ห้อมล้อมไส้ถั่วแดงที่น่าจะหวานและไข่เค็มที่น่าจะหอม มีรอยจีบรอบอย่าเป็นระเบียบ
มีรอยพับจีบทั้งหมด 24 พับ แต่ละพับ มีระยะห่างจากกัน 2 มิลลิเมตร รายรอบก้อนซาลาเปาทรงกลม
ความพิเศษของระยะห่างของรอยพับที่มีขนาดเท่า ก็คือ ความร้อน ที่เกาะติดไปกับไอน้ำในขณะที่นึ่ง
จะสามารถแทรกซึม กระจายความร้อนอย่างทั่วถึง และอุณหภูมิในแต่ละจุดของซาลาเปาลูกนั้นเท่ากัน
ซึ่งจะมีผลให้รสชาดความอร่อยของถั่วแดง สามารถกระจายในปากของผู้บริโภคได้ดีอย่างจงใจ
และ มีผลให้ไข่เค็มส่งผ่านความเค็มแทรกซึมเข้าเนื้อแป้งซาลาเปาได้อย่างคงที่และสม่ำเสมอ
และเนื้อไข่เค็มที่ถูกนึ่ง หลังจากได้กระจายความเค็มเข้าสู่เนื้อแป้งแล้ว จะกรุบกรอบ กลมกล่อมอย่างไม่น่าเชื่อ
 
ความพิเศษนี้เอง ทำให้แม้แต่คนนึ่งซาลาเปา ไม่กล้าจะนำ "น้องนุ่น"
ออกมาขาย ดาดดื่น ได้แต่สงวนไว้ในซึ้งนึ่ง รอให้คนพิเศษ ผู้มีโอกาส
ยิ่งใหญ่และมีบารมีเพียงพอ ได้ใช้ความพิเศษของเขามาสัมผัส"น้องนุ่น"
 
เวลาผ่านไป ซาลาเปา ที่ถูกผลิตมาพร้อมกับ "น้องนุ่น"ถูกขายไปทีละก้อน
พวกซาลาเปาเหล่านั้น ล้วนแต่เป็นซาลาเปารสชาดมาตรฐาน ไมมีการใช้
กรรมวิธีอันวิจิตรบรรจงมาปรุงแต่ง ให้เป็นซาลาเปาเกินสามัญ ดั่ง "น้องนุ่น"
พวกเขาเหล่านั้น ล้วนมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป แม้ในบางครั้งจะเป็นชนิดเดียวกัน
"ไส้เค็ม" "ไส้หวาน" "ถั่วแดง"(ญาติฝ่ายแม่ของน้องนุ่น) "ถั่วดำ" "หมูสับ"
"ไข่เค็ม" (ญาติฝ่ายพ่อของน้องนุ่น) "ไข่เยี่ยวม้า" (ญาติห่างๆ) "โหงวยิ้ง" (ซาลาเปากลายพันธุ์)
"หมูสับ" "หมูสับไข่เค็ม" และอีกหลายๆอย่าง
 
ท้ายที่สุด ซาลาเปาทั้งหลาย ยกเว้น ซาลาเปา "น้องนุ่น" ผู้มีรอยจีบวิจิตรบรรจง สมมาตร
ก็ล้วนแต่ถูกจำหน่ายออกไป ทั้งขาย และแจก
ซาลาเปาลูกเดียวที่อยู่ในซึ้งนึ่ง กระสับกระส่ายเมื่อเห็นเพื่อนๆซาลาเปาล๊อตเดียวกันค่อยๆหาย
ซาลาเปาลูกอื่นๆ แม้ไม่ได้มีไส้เดียวกัน และกรรมวิธีการผลิตแตกต่างกัน แต่ก็เสมือนเป็น –
พี่เป็นน้องกับซาลาเปา"น้องนุ่น"
 
ซาลาเปา"น้องนุ่น" เธอสนิทกับ "เจ้าหมูสับเบอร์สอง"
เพราะรอยยิ้มของ "เจ้าหมูสับเบอร์สอง" คล้ายกับรอยแสยะที่มุมปากของอดีตนายก "กงกง"
นาม "เจ้าหมูสับเบอร์สอง" นี้ได้แต่ใดมา เป็นปริศนาอันเร้นกายอยู่บนซึ้ง
 
เมื่อเพื่อนๆ หายหมดแล้ว ซาลาเปา "น้องนุ่น" ทำได้แค่เพียงรอเวลา
โดยมีความรู้สึกใจหาย เป็นเสมือนเงาที่คอยกัดกร่อนความกระตืนรือล้น ที่จะออกจากเรือน "ซึ้ง"
 
1 ชั่วโมงผ่านไป
2 ชั่วโมงผ่านไป
3 ชั่วโมงผ่านไป
4 ชั่วโมง กำลังจะผ่านไปยัง ชั่วโมงที่ 5
 
คล้ายๆกับว่า คนนึ่งซาลาเปา เริ่มเห็นคุณค่า ของสิ่งที่ไม่เคยผ่านมือตัวเอง
คนนึ่งซาลาเปา หยิบซาลาเปา "น้องนุ่น" ผู้เหลือชิ้นเดียวในซึ้งออกมาใส่จาน
 
น้องนุ่น ถอนหายใจออกมาแรงๆ จนรอบพับจีบรอบๆ ชายเสื้อก็ล้วนสั่นไหว
สบถกับตัวเองว่า "คนพิเศษ ควรจะได้เป็นคนพิเศษ ในการเปิดงาน"
หาได้มีผู้ใดส่นใจในคำสบถนั้นไม่
 
"น้องนุ่น"บนจาน ต่างจาก "น้องนุ่น" บนซึ้งเพียงอย่างเดียวคือ
กรอบที่ห่อหุ้มตัวตนของ "น้องนุ่น" ทั้งคู่
 
คนนึ่งซาลาเปา ตั้งจานซาลาเปา ที่มีซาลาเปา"น้องนุ่น"วางอยู่ ไว้ที่หน้าโต๊ะไม้ ขนาดหน้าตัด 120 เซ็นติเมตร
ขนาดของโต๊ะไม้เมื่อเทียบกับขนาดของห้อง  ก็นับได้ว่า มหึมา จนกินเนื้อที่ 1 ใน 4 ของห้อง
ดังนั้นฟังชั่นของโต๊ะไม้ก็จะต้องถูกพัฒนาไปอีกขั้นนึง นอกจากจะเป็นที่วางของแล้ว ยังใช้เป็นโต๊ะอาหาร
โต๊ะทำงาน เอากระจกมาวาง ก็สามารถเปลี่ยนฟังชั่นเป็นโต๊ะเครื่องแป้งสำหรับสาวๆของคนนึ่งซาลาเปาได้
 
และความบังเอิญนั้นเองที่บานกระจก ของโต๊ะไม้ในรูปแบบฟังชั่นโต๊ะเครื่องแป้ง ถูกคนนึ่งซาลาเปา เอาจานซาลาเปาตั้งไว้
 
ซาลาเปา"น้องนุ่น" ผู้หดหู่กับการพลัดพราก กำลังนั่นหน้านิ่วอยู่บนจานคนเดียว
และเนื่องจากไม่มีหัว จึงไม่มีที่เก็บความรู้และสมองมากนัก น้องนุ่นรู้สึกเหงา
 
แต่ก็ไม่สามารถนิยามได้ว่า สิ่งที่น้องนุ่นประสบอยู่ ได้เรียกว่า "ความเหงา" จริงหรือ?
ความเหงาในแต่ละนิยามของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน
แต่จะหาจุดร่วมของความเหงาของแต่ละคนนั้น ผู้ที่อยู่ในการทดสอบ
ควรจะต้องให้ข้อมูลเฉพาะของความเหงา ของแต่ละคนไว้กับฐานข้อมูล
เพื่อที่จะได้วิเคราะห์ และสร้างจุดร่วมขึ้นมาในสังคมเล็กๆแห่งนี้
 
ซาลาเปา "น้องนุ่น" เกิดความเหงาจับจิต คิดสาละวนต่างๆอยู่อย่างรันทด
ซาลาเปา "น้องนุ่น" รู้สึกเหมือนกับว่าโดดเดี่ยวอยู่คนเดียว
 
และแล้ว
 
ซาลาเปา "น้องนุ่น" ก็เหลือบมองกระจก
เห็นเงาสะท้อนในกระจก เป็นแป้งสีขาวนวล
มีรอยพับจีบเหมือนกัน ขนาดเท่ากัน แต่ว่า
ทิศทางและลักษณะภายนอกกลับด้านกัน
 
ซาลาเปา "น้องนุ่น" ยกแขนซ้าย
ส่วน เงาในกระจก ก็ยกแขนขวาที่นิ้วเรียงเหมือนนิ้วด้านซ้าย
 
อยู่ดีๆน้องนุ่นนอนหลับไป โดยไม่มีอาการอะไรเลย
เมื่อตืน "น้องนุ่น" รอกลั่นกรอง สิ่งที่ได้จากการอยู่คนเดียว
และก็สดับได้ว่า "น้องนุ่น" ไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกแห่งนี้ซะหน่อย
ก็ยังมี เงาในกระจกเหมือนกัน ที่โดดเดี่ยวพร้อมๆกัน
และเงาในกระจกนั้น อาจจะเป็นเราในมิติอื่นก็ได้……
 
 
 

About hyperglycimia

PONG... me as the pong
This entry was posted in silly story. Bookmark the permalink.

6 Responses to เรื่องนี้ไม่มีวันจบ ปฐมบท

  1. N♥n says:

    เออ เด๋วมาอ่านใหม่
     
    มีแมวง้องแง้งมารบกวนนิดหน่อยค่ะ
     
     

  2. N♥n says:

    โอเคค่ะอ่านแล้ว ประมาน 2รอบ
     
    อืม ไม่รู้จะเข้าใจถูกรึเปล่า แต่จะให้นุ่นพูดถึงเรื่องนี้
     
    ซาลาเปาเป็นตัวเอกชื่อน้องนุ่นใช่มั้ยค่ะ ก้อคงจะเปรียบน้องนุ่นคือ คน ๆ คนหนึ่ง
     
    หม้อนึ่งก้อเปรียบเสมือนกรอบที่คนมองหรือสร้างให้อยู่และพอยกออกมาเปลี่ยนสถานที่อยู่
     
    ก้อเหมือนได้ออกมาจากกรอบ และได้เห็นตัวเองอีกด้านหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะเหงาแต่ก้อมีตัวเราเอง
     
    ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน รู้สึกอย่างไร ทุกสิ่งทุกอย่างก้อย่อมอยู่ที่ตัวเราเอง -*- งงป่าวค่ะ
     
     
     
     
     
    +++สรุปก้อแล้วกัน(ตามหัวสมองอันแสนฉลาดน้อยจะประมวลได้ T_T)++++
     
    ก้อคือ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน -*- 555 และ เราอาจเป็น 2 คนได้ในคน ๆ เดียว
     

  3. N♥n says:

    ม่ายรู้ว่าถูกป่าวอ่ะพี่ปอง -*-
     
    แต่นุ่นก้อคิดว่าเวลาเราส่องกระจกใช่ป่าว ทุกอย่างก้อเหมือนเรา
     
    แต่มันกลับด้านเท่านั้น ถ้าเปรียบกับตัวนุ่นเอง นุ่นอ่ะจะดีก้อได้จะร้ายก้อ เหอ ๆ น่ากลัวอยู่ค่ะ
     
    ทุกวันนี้เราเจอคนหลายแบบ เพราะฉะนั้นนุ่นจึงเป็นหลายๆแบบ กับหลายๆคน
     
    คนที่ดีมาดีตอบ คนที่ร้ายมา หึ ๆ  ^^ เอากลับคืนไป 3 เท่า

  4. N♥n says:

    พี่ปองรักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ
     
    รู้สึกวันนี้เม้นวกๆวนๆ สงสัยอาการเบลอ
     
    เพราะเจอแมวง้องแง้ง -*- มากวน(ตรีน)ค่ะ 5555
     
    สำหรับคืนนี้ฝันดีนะค่ะ ^^

  5. Pichapong says:

    เด็กมนุษย์-ปรัชญา มาเองเลยรึเปล่าเนี่ย😀
     
    ลึกซึ้งนะจ๊ะเนี่ย
    คอมเม้นของนุ่นเป็นอีกทิศทางนึงที่พี่มองไว้ แต่ไม่ได้ร้อยเรียงออกมาเป็นตัวหนังสือ…..อย่างชัดเจน
     
    ตอนที่พี่สร้างเรื่องขึ้นมา อยากเสนอ อยู่ 3 เรื่อง คือ
     
    ความพิเศษ จะมีกรอบให้ตัวมันเอง
    ความเหงา คือ อะไร
    และ
    เราไม่ได้โดดเดี่ยว…..
     
    แต่มุมกระจก นี่พี่ไม่ได้คิดถึงเลยนะ ว่า สิ่งที่จะสะท้อนกลับไปให้ผู้ชมคนอื่นจะแตกต่างกันตามสมควร…..
     
     
    ———————-
     
    แต่น้อยคนนะ ที่จะพยายามทำความเข้าใจ "เรื่อง" ของพี่ อย่างนี้
     
    ดีใจจัง

  6. Unknown says:

    คือ อ่านเรื่อง ซาลาเปา นี้แล้ว ทำให้น้ำลายหกได้ เนื่องจากทำให้เกิดอาการ อยากกิน ขึ้นมาในทันใด..
    อยู่หลังเขาขนาดนี้ แล้วจะให้ไปหาซื้อที่ไหนละนี่..

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s