เรื่องนี้ไม่มีวันจบ : ทวิวัฎ เงามืดของซาลาเปาน้อย

executive summary:
 
เรื่องราวในตอนแรก กล่าวถึงซาลาเปาน้อย ที่แสนพิเศษ ซื่อว่า "น้องนุ่น"
ซึ่งเป็นซาลาเปาไส้ถั่วแดงใส่ไข่เค็ม ไม่อาจจำแนกได้ว่าเป็น ของหวาน หรือ ของคาว
 
เพื่อนๆ ที่ถูกทำมาในล๊อตเดียวกัน ล้วนแต่เป็นซาลาเปาสามัญ
ไม่ได้มีความพิเศษเฉกเช่น "น้องนุ่น" เพื่อนๆ ล้วนถูกจำหน่ายออกไปหมด
 
คนทำซาลาเปานำ "น้องนุ่น" ออกไปไว้ในจาน แล้วตั้งไว้ลำพังบนโต๊ะ ขนาด 1 ใน 4 ของห้อง
ซึ่งเป็นโต๊ะที่ทำหน้าที่ได้หลายอย่าง ใช้งานได้หลายๆ เรื่อง
 
"น้องนุ่น" รู้สึกว่าตัวเองมีอาการหดหู่อย่างหนึ่ง แต่ไม่สามารถ นิยามได้ว่าเป็นความเหงาได้หรือไม่
"น้องนุ่น" ส่องกระจก รู้สึกถึง ตัวตนอีกอย่างที่อยู่อีกฝั่งของกระจก
และทำให้รู้ตัวเองได้ว่า ไม่ได้อยู่เพียงลำพังในโลก อย่างน้อยก็ยังมี บุคคลสมมาตรอยู่อีกฝั่งนึงของกระจก คอยเป็นเพื่อน
 
————————————————————————
 
ทวิวัฎ
 
…..
จานใส่ซาลาเปายังคงวางอยู่บนโต๊ะที่มีหน้าตัด 120 เซนติเมตร
กระจกก็ยังคงสะท้อน ภาพ "น้องนุ่น" ที่อยู่ในจาน
 
…..
เวลาผ่านไปอีกนานเท่าไร ไม่ทราบได้ แต่กระแสของเวลา
ดูเหมือนจะหยุดนิ่งอยู่กับห้วงความคิดของ"น้องนุ่น"ซาลาเปาน้อย
ไม่มีสิ่งใดไหวติง ในห้องสี่เหลี่ยม ขนาด 5 เมตร คูณ 5 เมตรนั้น
 
อากาศในหน้าหนาวของเชียงใหม่ ถูกกำหนดไว้ ไม่เกิน 17 องศา
ห้องที่วางจานซาลาเปาของ"น้องนุ่น"นั้น มีอุณหภูมิต่ำกว่าภายนอกเล็กน้อย
ไออุ่นจากการอยู่ในซึ้งนึ่งเมื่อหลายชั่วโมงก่อน ดูเหมือนว่าจะหมดไปแล้ว
แต่ที่แท้จริงแล้ว ภายใต้หลืบลี้ลับ ใต้ไข่เค็ม ยังคงอุ่นๆอยู่
 
เหมือนกับว่า ความอุ่นที่หลุดรอดนั้นก็ยังไม่มีประโยชน์อันใด
นอกจากทำให้ "น้องนุ่น" เป็นซาลาเปาแอบอุ่น
 
"น้องนุ่น" นั่งหาว ไม่ใช่เพราะความง่วง แต่เป็น"ความ…"อะไรซักอย่าง
อยากเรียก "ความ…" ว่า "ความเบื่อ" แต่"น้องนุ่น" ไม่รู้จักความเบื่อ
"ความ…" ที่เกิดขึ้นเสมือน จะสะท้อนความเป็นไป
ที่เกิดขึ้นเมื่อ"น้องนุ่น"อยู่คนเดียว
 
"น้องนุ่น"พึ่งจะมีชีวิตได้ไม่นานพอที่จะรู้เรื่อง ธรรมดาสามัญทั่วไปทั้งหมด
กรอบ ซึ่งก็คือ "ซึ้งนึ่ง" ไม่ได้กว้างใหญ่พอ
ที่จะทำให้น้องนุ่นมีประสบการณ์หลายระดับ ในเวลาสั้นๆ
กรอบ ซึ่งก็คือ "เพื่อน" ผู้เปรียบเสมือนแหล่งอ้างอิง และเพิ่มพูนประสบการณ์
ก็มิได้อยู่มานานอย่างยืนยาว ผ่านเวลามาเฉกเช่น "น้องนุ่น"
 
ไม่แปลกที่"น้องนุ่น"ซาลาเปาไส้ถั่วแดงใส่ไข่เค็มจะไม่รู้จัก "ความเบื่อ"
แต่เมื่อ "น้องนุ่น" รู้จักแต่เพียงการนิยามของตัวเองต่อสถานการณ์เยี่ยงนั้น
ว่า "ความ…" ก็ต้องยกผลประโยชน์ให้กับน้องนุ่น ผู้นิยามมันว่า "ความ…"
 
น้องนุ่น ทำลายความรู้สึก "ความ…"ของตัวเองทิ้งไปโดยการ
สังเกตกระจกที่ตั้งอยู่อีกมุมหนึ่งของโต๊ะ ตามแนวขวาง ไม่ใช่แนวนอน
 
ผิวซาลาเปาที่ปรากฎอยู่ในเงาของกระจก ก็ยังคงเหมือนเดิม คือ
เหมือนผิว"น้องนุ่น"ซาลาเปาไส้ถั่วแดงใส่ไข่เค็มทุกประการ
ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียด อันวิจิตร ของรอยพับจีบ หรือกระดาษรองก้น
 
ไม่ว่า"น้องนุ่น"จะทำอะไร ซาลาเปาในกระจก ก็จะทำตามเสียทุกอย่าง
"น้องนุ่น" ทำท่าทางต่างๆ เพื่อลองดูกิริยาของซาลาเปาในกระจก
ผลลัพท์ที่ได้มา ล้วนแต่ทำให้"น้องนุ่น"ฉงน กับความไวในการเลียนแบบ
ไม่ว่าท่าทางที่แสดงของ"น้องนุ่น"จะเสมือน ซาลาเปาเสียจริตสักเพียงไหนก็ตาม
ซาลาเปาในกระจก ก็ยังคงจะทำตามทุกอย่าง
 
เมื่อความอดทนของ "น้องนุ่น" สะบั้นลง ไม่สามารถทนทาน
ต่อการดันทุรังเลียนแบบ ของซาลาเปาในกระจกได้
"น้องนุ่น" จึงกล่าวคำ ผรุสวาทใส่ซาลาเปาในกระจกนั้น
น่าแปลกใจที่ซาลาเปาในกระจก นั้นมีแต่การขยับปาก
แต่ไม่มีเสียงใดๆออกมากระทบโสตประสาทของ"น้องนุ่น"
 
"น้องนุ่น"จึงปักใจลงไปว่า ซาลาเปาในกระจก สามารถทำความรู้จักได้
เพราะมีความอดทน ไม่ด่าตัวเองกลับ หลังจากถูกด่า
หรือไม่ก็เพราะ ซาลาเปาในกระจก เป็นใบ้จึงไม่สามรถด่ากลับได้
แต่เมื่อเป็นใบ้ "น้องนุ่น" ก็คิดว่า ควรจะต้องสงสารเค้า
 
"น้องนุ่น" ถามชื่อซาลาเปาในกระจก แต่ไม่ได้คำตอบ
"น้องนุ่น" จึงวิสาสะตั้งชื่อซาลาเปาในกระจกให้เอง ว่า "เนื้อนุ่ม"
 
เนื่องจากเป็นซาลาเปา "น้องนุ่น" ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้
จึงร้องขอให้ "เนื้อนุ่ม" ขยับเข้ามาหาใกล้ๆหน่อย
แต่ไม่มีปฎิกริยาตอบโต้ใดๆ กลับมา นอกจากขยับปากแบบเดียวกันกับ"น้องนุ่น"
"น้องนุ่น"จึงรู้ได้ด้วยตัวเองว่า ซาลาเปาทั้งหลาย ก็คง
ไม่มีขาเหมือนกันหมด ก็คงไม่มีซาลาเปาลูกไหนขยับเองได้
 
"ความ…" เริ่มเข้ามาครอบงำ "น้องนุ่น" อีกครั้ง
 
เวลาก็ล่วงไปอีก จนพลบค่ำ ความมืดเริ่มครอบคลุม
แสงสุดท้ายของอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาให้แสงสว่างแก่ห้อง
เริ่มถูกแทนที่ด้วยสีแห่งความมืด ทีละส่วน ทีละส่วน
 
แสงที่สาดเข้ามา โดนตัว"น้องนุ่น" เริ่มทาบทับเป็นเงายาว ไปยังอีกมุมหนึ่งของโต๊ะ
ซึ่งก็คือ บริเวณที่กระจกวางไว้นั่นเอง เงาของ"น้องนุ่น" เริ่มทาบทับกับ "เนื้อนุ่ม"
เป็นครั้งแรก ที่ซาลาเปาทั้งสองได้มีส่วนร่วม และปฎิสัมพันธ์ อย่างใกล้ชิด ในแบบสังเคราะห์
 
ปรากฎการณ์ paradox ในคร้งนี้ กินเวลายาวนานเพียงแค่เสี้ยวลมหายใจของมนุษย์
แต่ยาวนานในห้วงความคิดของซาลาเปา และแล้วความมืดก็แผ่ครอบคลุม ทุกตารางนาโนเมตรของพื้นที่
 
ทันใดนั้นเอง เมื่อความมืดปกคลุมทั่วทั้งมวลของห้องแล้ว
"น้องนุ่น" ก็ไม่รู้สึกตัวแล้ว…..

About hyperglycimia

PONG... me as the pong
This entry was posted in silly story. Bookmark the permalink.

5 Responses to เรื่องนี้ไม่มีวันจบ : ทวิวัฎ เงามืดของซาลาเปาน้อย

  1. •¤*HoK*¤• says:

    (_ _!) กลับไปอ่านบลอกที่แล้ว 2 รอบ
     
    มาอ่านไอ้นี่อีก 2 รอบ แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ แงบ ๆ T_T
     
    อะไรเหงาๆกรอบๆคับพี่ รู้สึกหัวสมองโง่ง่าวแงบๆจะตีไม่ออก
     
    รออ่านตอนต่อไปแล้วกัน เผื่อจะบรรลุ หึ ๆ (_ _!)

  2. •¤*HoK*¤• says:

    โชคดีคับพี่ชาย
     
    บายบิว ๆ วู้ๆๆๆๆ

  3. N♥n says:

    เหอ ๆ ก้อไม่ถึงว่ารักมากอะค่ะ
     
    ออกแนวลิ้นกับฟันมากกว่า 5555
     
    ส่วนตอนต่อมาของ ซาลาเปาน้องนุ่น -*-
     
    แง้ว อันนี้ตีความไม่ค่อยออก T_T

  4. N♥n says:

    เหมือนกับว่า
     
    ไม่รู้จักหรือไม่รู้ใจตัวเองใช่มั้ยค่ะ
     
    (ความโง่ของคนเราคือไม่รู้จักตัวเอง -*- 555 ประมาณนั้น )
     
    ไว้ตอนจบพี่ปองตีความให้ด้วยน้า นุ่นโง่อ่ะ T_T
     

  5. N♥n says:

    รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะพี่ปอง
     
    คิดถึงพี่ชายคร้าบบบบบบบบบบ
     
    มีความสุขมากๆๆๆๆๆค่ะ ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s