เบญจบรรพต ภูเขาห้าลูกแห่งหัวซานเซ่น

executive summary ของตอนก่อนหน้านี้
ในตอนที่ 4 เรื่อง จตุรบริบท
 
น้องเฟิดเป็นเด็กเจ็ดขวบ ในปี 2531
มีสัญชาติไทย เป็นลูกครึ่ง ปาปัวนิวกินี กับ มะขามหวาน
อยากอ่านนิยายผจญภัยอิโรติคสำหรับเด็กเจ็ดขวบ
แต่เข้าใจผิดว่าหนังสือเรื่อง "การพจญภัยของซาลาเปา"
เป็นนิยายอิโรติคสำหรับเด็กเจ็ดขวบ
และน้องเฟิดชอบเล่นเสียวกับเพื่อน
โดยการเล่นหมากเก็บดีดเล็บ
 
อีกเจ็ดปีผ่านไป น้องแพนเป็นลูกเสี้ยว อายุเจ็ดขวบ อยู่ฮอลแลนด์
น้องแพนเป็นลูกเสี้ยว มะขามหวาน จิ้งหรีด ดัชช์และแตงกวา
น้องแพนอยากอ่านหนังสือนิยายผจญภัยอิโรติคสำหรับเด็กเจ็ดขวบเช่นกัน
น้องแพนสั่งหนังสือเรื่อง "การผจญภัยของซาลาเปา" ผ่านทางอเมซอนดอทคอม
 
และน้องแพนก็อ่านไม่รู้เรื่อง เหมือนน้องเฟิดเมื่อเจ็ดปีก่อน…..
———————————————————————
 
เบญจบรรพต
 
เงาน้องแพนจางหายไปกับภาพเลื่อนลอย
ของเทือกเขาหัวซานเซ่น แห่งฮอลแลนด์
เลือนลางเหลือเกินสำหรับตัวตนของเด็กเจ็ดขวบ
 
ภูเขาเบื้องหลังที่ดูเหมือนเป็นภาพเลื่อนลอย
มีนามว่า หัวซานเซ่น เพราะภูเขาลูกนี้
มีลักษณะเหมือนภูเขาหัวซานของจีน
และเพียงแต่ว่า คนที่ค้นพบ เทือกเขานี้
เป็นลูกเรือชาวจีนของเรือบรรทุกของฮอลแลนด์
เจ้าของเรืออยากให้เทือกเขานี้มีความเป็นฮอลแลนด์หน่อย
จึงเติมคำท้ายของชื่อเทือกเขานั้น ตามแบบชื่อของชาวดัชช์
หัวซานแห่งฮอลแลนด์ จึงกลายมาเป็น หัวซานเซ่นที่ฮอลแลนด์
 
น้องแพนไม่ได้อ่านหนังสือเรื่องการผจญภัยของซาลาเปาต่อ
น้องแพนอ่านจบแค่ 3 ตอน แล้วก็เหวี่ยงลงกล่องอย่างไม่มีเยื่อใย
 
และแล้วภาพน้องแพนกับเทือกเขาหัวซานเซ่นก็เจือจางไป
กับไอหมอกที่หน้าต่างบ้านของน้องแพน
 
——————————————————–
เด็กหญิงเฟิดชาวเวียงเชียงรายคนเดิม
ที่เป็นญาติทางด้านมะขามหวานกับน้องแพน
ได้มีโอกาสรับทุนการศึกษา เย็บปักถักร้อยนานาชาติ
มาเรียน "สอยปมดัชช์ถอยหลัง" ที่ฮอลแลนด์
 
ศาสตร์การเย็บปักถักร้อยมันลึกล้ำกว่าที่ทุกๆคนคิด
นักเย็บผ้าในตำนานชาวเลบานอน ผู้ทอผ้าให้นักบุญนิโคลัส
กล่าวไว้ เมื่อปีคริสต์ศักราชที่ 172 ณ ริมไร่ฝ้าย ว่า
"หนึ่งเข็มปักผ้า ร้อยด้ายทอปม สรรค์สร้างภูษา ได้เยี่ยงมารดากำเนิดบุตร"
 
เพื่อความฝันในการที่จะเป็นนักเย็บปักถักร้อยมือวางอันดับหนึ่งของโลก
เด็กหญิงเฟิด จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้วิธีการ และเทคนิคในการทอผ้าให้ได้มากที่สุด
การเดินทางมาฮอลแลนด์ เป็นก้าวหนึ่งของการที่จะไปยังฝัน
 
จริงๆแล้วเพราะความรักในการเย็บปักถักร้อยนี่เอง
เด็กหญิงเฟิดผ่านเวทีประกวดการเย็บผ้ามาหลายเวที
และก็คว้ารางวัลชนะเลิศในระดับเยาวชนมาแล้วเกือบทุกเวที
สามารถเรียกได้ว่า เป็นมือหนึ่งของเยาวชนเย็บปักถักร้อย
และดูเหมือนจะมีอนาคตที่รุ่งโรจน์ทางด้านเย็บปักถักร้อย
 
จากการสืบสาวราวเรื่องไปทางต้นตระกูลมะขามหวาน
เด็กหญิงเฟิดก็พบว่า มะขามหวานสายยุโรป มีมากในฮอลแลนด์
จึงคาดว่า การที่จะหาญาติมะขามหวานของตัวเอง ที่ฮอลแลนด์
ก็คงไม่ยากเย็นแสนเข็นเท่าใดนัก
 
ด้วยเหตุที่โชคชะตาเล่นตลก เหมือนเป็นเอก เอาแนวคิดของมูราคามิมาทำหนัง
เด็กหญิงเฟิด ได้เสาะหา สายพันธุ์มะขามหวาน จนมาถึงเมืองที่น้องแพนอยู่
และมะขามหวานสายยุโรป ก็เหลือเพียง น้องแพนคนเดียว ที่มีชีวิตอยู่
 
สอบถามจนได้เรื่องได้ราวว่ามีมะขามหวานมั้ย จากคุณตำหนวดดัชช์
เด็กหญิงเฟิดอยากไปหาน้องแพน จึงถามรายละเอียดจากคุณตำหนวด
เด็กหญิงเฟิดจึงได้รู้ว่า น้องแพน อาศัยอยู่กับพ่อสองคน
 
พ่อคนแรกเป็นแตงกวา ส่วนพ่ออีกคนเป็นจิ้งหรีด
แม่ที่เป็นลูกครึ่งมะขามหวานและดัชช์ไม่อยู่แล้ว ไม่รู้ไปไหน
 
เด็กหญิงเฟิดไปหาน้องแพนที่บ้าน ตามที่อยู่ที่ได้รับมาจากคุณตำหนวดดัชช์
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เวลาผ่านไป
ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก เวลาผ่านไปอีก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก เวลาผ่านไปครู่ใหญ่
ปึง ปึง ปึง เด็กหญิงเฟิดกระแทกสันมือใส่ประตู
เพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนในบ้าน แต่เสียใจ
ไม่มีการตอบรับใดๆ ที่จะทำให้รู้ว่ามีสัญญาณสิ่งมีชีวิตในบ้าน
 
เด็กหญิงเฟิดเดืนมาหน้าบ้าน เหลือบเห็นสิ่งของอย่างหนึ่ง
แล้วก็รำพันว่า "ออดมี กูก็ไม่กด เจ็บมือเลย"
 
ด้วยความมือบอน เด็กหญิงเฟิด จึงรัวกริ่งเล่นเอามันส์
ซักพัก ก็มีเพื่อนบ้านมาด่า พร้อมกับบอกว่า
บ้านของน้องแพน ไม่มีใครอยู่แล้ว หนีหนี้ไปหมดแล้ว
ถ้าอยากเจอคนในบ้าน ให้ร้องเหมียวๆ และเดินไปทางตลาด
 
เพื่อนบ้านอำด้วยสีหน้าจริงจังมาก
เด็กหญิงเฟิดหลงเชื่อทำตาม และทำไปเรื่อยๆจนตกเย็น
 
เด็กหญิงเฟิดเดินมายังบ้านของน้องแพนเช่นเดิม
และพบพ่อของน้องแพนที่เป็นจิ้งหรีด กำลังร้องไห้อยู่
จึงไตร่ถามว่าเป็นอะไร
พ่อน้องแพนก็ตอบว่าเป็นจิ้งหรีที่ร้องไห้
แล้วก็เดินเข้าไปในบ้าน
 
เด็กหญิงเฟิด อึ้งแดกอยู่ … ปากสั่นด้วยความ… ฉงน
อารามโกรธทำให้เด็กหญิงเฟิดกดกริ่งอีกครั้ง
น้องแพนก็ออกมาเปิดประตูบ้านดูว่าใครทะลึ่งกดกริ่ง กันแน่เนี่ย
 
เด็กหญิงเฟิดสิบสี่ขวบ เดินทางมาหา น้องแพนเจ็ดขวบ
ได้พบกันเป็นครั้งแรก เด็กหญิงเฟิดพูดอะไรไม่ออก
น้องแพนก็ตะโกนถามมาเป็นภาษาดัชช์ว่า "มาหาใคร"
เด็กหญิงเฟิดฟังไม่ออก จึงพูดภาษาไทยกลับไป
พูดจากันไม่รู้เรื่องเลย…… มันเป็นปัญหาเดิม แต่ จะแก้ยังไง กันแน่เนี่ย
 
น้องแพนหงุดหงิดรำพึงรำพันเป็นภาษามะขามหวาน ตามแบบคนพูดได้หลายภาษานั่นแหละ
ว่า "พูดดัชช์ไม่ได้แล้วมาฮอลแลนด์ทำด๋อยอะไรล่ะเนี่ย" กันแน่เนี่ย
 
ฟังออกสิสำหรับเด็กหญิงเฟิด ….
จึงตะโกนออกไปเป็นภาษามะขามหวานว่า "ถ้าพูดได้ ก็พูดไปแล้ว เข้าใจป่าวหนู"
 
น้องแพนเฉยเมย…
เด็กหญิงเฟิดอยากรู้จัก…
 
บ้านก็เป็นบ้าน
ภูเขาก็เป็นบ้าน
 
ภูเขาทั้ง 5 ลูก ของเทือกเขาหัวซานเซ่น
ภูเขาลูกแรก เป็นแหล่งกำเนิดของพลังงานที่ใช้ในฮอลแลนด์
ภูเขาลูกที่สอง เป็นแหลงกำเนิดของ มะขามหวานสายพันธุ์ยุโรป
ภูเขาลูกที่สาม เป็นแห่ลงกำเนิดของ แรงบันดาลใจของชาวยุโรป
ภูเขาลูกที่ที่ เป็นแหล่งผลิตอาหารเลี้ยงคนฮอลแลนด์
ภูเขาลูกที่ห้า เป็นแห่งกำเนิด ศาสตร์แห่งการ "สอยปมดัชช์ถอยหลัง"

About hyperglycimia

PONG... me as the pong
This entry was posted in silly story. Bookmark the permalink.

One Response to เบญจบรรพต ภูเขาห้าลูกแห่งหัวซานเซ่น

  1. Pui says:

    ปอง… จริงๆแล้ว  ภูเขาในเมืองจีนในเรื่องที่ปองเขียนถึง   น่าจะเป็น "หวง ซาน"
    ซึ่ง หวง แปลว่า เหลือง และ ซาน แปลว่า ภูเขา  ไม่ใช้ "หัว ซาน" นะจ๊ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s