ความเหงาร้างลา ความว่างถูกเติมเต็ม

ห้าทุ่มกว่าๆ เกือบเที่ยงคืนของคืนวันพุธ

ข้าวสาร ในบริบทของถนนเป็นที่ๆผมยืนอยู่

 

M-16 ในมือของทหารผู้มีหน้าที่ปกป้องชาติ ก่อความตระหนกในจิตใจ

อาวุธสงครามที่แพร่หลายมานานกว่าครึ่งศตวรรต ถูกแกว่งอยู่ในมือทหาร

ณ หัวถนนข้าวสาร หรือ ตรอกข้าวสาร ตามนามเดิม ทั้งสองฝั่ง

ทหาร หมู่ละ 4 คน มีปืน 2 กระบอก หัวหมู่ 1 นาย มีทั้งหมด 2 หมู่

อยู่คนละัฝั่งหัวถนน ประกอบกับพลตำรวจ 4 นายในแต่ละหมู่ ดูน่าเกรงขาม

 

แต่ว่า มาทำไม?

 

M-16 แสนหนัก มีอยู่หมู่ละ 2 กระบอก หาประโยชน์อันใดไม่

ถ้าการคงอยู่ของหมู่ทหารมีไว้เพื่อการป้องกันภัยให้ชาวประชา

แล้วผู้ก่อการร้ายใช้ AK-47 ที่มีน้ำหนักมากกว่าอีกเพียงหนึ่งกิโล

แต่ระยะทำการไกลกว่า ยิงได้แม่นยำกว่าแล้ว จะมีประโยชน์อันใด

และถ้า ผู้ก่อการ อาศัยฝูงชนในการหลบหนี อาวุธยิงกราดเช่น M16

จะมีประสิทธิภาพพองั้นหรือ? หรือว่าจะเป็นเพียงการสังหารหมู่

ที่มีการออกรับว่า จำเป็นต้องมีผู้สูญเสีย เพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่

 

หรือว่า จะเพียงเอามาขู่?

——-

 

ประเทศเสียหายเท่าใดจึงจะพอ?

ทหารยศต่ำถูกผู้มีอำนาจเอามาเล่นจำอวดหรือ?

ภาพเมืองไทยในสายตาคนต่างชาิติที่มาเดินเล่นข้าวสาร ยิ่งใหญ่มาก?

ไม่มีอะไรเลย?

————-

 

ผมขับรถต่อมา จากการเดินทางที่เขียนถึงเมื่อวันก่อน

 

ความเหงาเปลี่ยวชักนำผมมาหาผู้คน ที่ๆผมยืนเดียวดาย

พร้อมกับสามารถรู้สึกว่า ทุกๆคน เดียวดายเหมือนกับผม

ทุกคนเป็นคนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน

ทุกคนอยู่บนถนน สายแห่งทางแยกวัฒนธรรม

ถนนที่ทุกวัฒนธรรมบรรจบกัน สร้างความเป็นเอกภาพที่แปลกแยก

แปลกแยกจนเกิดเป็นทางแยกในการบรรจบ

 

กรอบของสังคมใหม่ๆ ที่อยู่รวมกันอย่างหลวมโครก

สร้างมิติของการคงอยู่ของมนุษย์ในนั้น ให้เป็นคนแปลกหน้า

 

ผมยืนกลางถนน ห่างจากทางเดินด้านซ้ายและขวาเท่ากัน โดยประมาณ

ผมใช้แนวถนน นำผมเดินไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วต่ำ ประหนึ่ง สืบเท้าสั้นๆ

 

พลางมองตรงไปข้างหน้า

เห็นฝูงชน อยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มๆอย่างหลวมๆ

มองด้านข้าง ก็เห็นวีถีทางของฝูงชนอีกกลุ่ม

มองอีกด้าน ก็เห็นวิถีของชนอีกกลุ่ม

 

กลุ่มผู้หญิง ผมบลอนด์ กำลังมองดูเสื้อผ้าตรงแผงลอยที่กำลังเก็บ

คอเคซัส เพศชายสองคน กำลังซื้อผัดไทย จากแม่ค้าร่างอวบมีเชื้อจีนอีสาน

ชายหญิงกลุ่มหนึ่ง ดิ่มเบียร์อยู่บนบาทวิถี ข้างทาง

ผู้หญิงไทย นั่งถักเส้นผมให้ลูกค้าชาวต่างชาติอยู่ริมบาทวิถี หลายสิบราย

เด็กผู้หญิงสองสามคน กำลังเรียกลูกค้าต่างชาติ เข้าไปใช้บริการผับใต้ดิน

วัยรุ่นหญิงและชายชาวไทย เดินกันเป็นกลุ่มใหญ่ เข้าไปยังผับชื่อดัง

ชายเชื้อสายแอฟริกัน เดินจับกลุ่มกันออกมาจากผับอีกแห่งหนึ่ง

คนจร นอนอยู่ข้างทาง หน้าร้านค้าที่ปิดตัวเองในยามค่ำคืน

 

ความหลากหลายทางชีวะภาพ? เรียกใหม่ว่า

ความหลากหลายทางวัฒนธรรม แต่มีรูปแบบคล้ายกัน

 

ผมเดินไปถึงส.น.ชนะสงคราม สุดถนนอีกด้านหนึ่ง

ผมเดินผ่านร้านค้ามากมาย ที่จะมีเฉพาะในแหล่งที่มีนักท่องเที่ยว

ผมเดินผ่านผับมากมาย เกลื่อนกราด ที่มาพร้อมกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม

——-

ช่วงกลางของเวลาเดิน ผมแวะดูดนตรี fusion jazz หน้าร้าน the star

ผมรู้สึกถึงความเป็น ข้าวสาร ทันที

เป็นดนตรีที่ถูกปรับปรุง ผ่านสำเนียงต่างๆของเครื่องดนตรี และรูปแบบ

ผ่านทั้ง analog และ digital ผ่านสำเนียงของ percussion พื้นเมือง

ผ่านทางเสียงสังเคราะห์ synthesizer บนความใส และปลดปล่อยอย่างที่ jazz เป็น

——-

ผมเดินกลับไปทางด้านต้นของถนนข้าวสาร ที่ผมเข้ามา

แวะซื้อ สิงห์ ชื่อของน้ำหมักดีกรีต่ำที่เก่าแก่ที่สุดของไทย

ผมได้เบียร์สิงห์ขวดเล็กมาหนึ่งขวด

ผมเดินจิบไปเรื่อยๆ ให้ร่างกายผ่อนคลายขึ้น

 

เดินไปจนถึงหน้าบั๊ดดี้บาร์

เห็นฝรั่งผมทองหลายคน นั่งบนพื้น

ร่วมกับชายเชื้อสายอาหรับกลุ่มหนึ่ง

หลายต่อหลายคนในนั้น ตะโกนชวนผมไปนั่งด้วย

ผมลงไปนั่งร่วมกับทุกคน คุยกัน เป็นภาษาอังกฤษหลากหลายสำเนียง

ชายเชื้อสายอาหรับแนะนำตัวแปร่งๆ ว่า มาจากเลบานอน

มีมาจากแคนาดา และฟินแลนด์

สักพัก มีผู้หญิงญี่ปุ่นลงมานั่งด้วย

 

คนกลุ่มเล็ก จาก เจ็ดคน ที่ไม่รู้จักกันมาก่อนเลย

ขยายตัวกลายเป็น ยี่สิบ กว่าคน ในเวลาสั้นๆ

จากมิตรภาพที่หยิบยื่น ให้ผ่านการทักทาย

 

มีเด็กหนุ่มจากออสเตรเลียเข้ามานั่งด้วย

เขาพึ่งลงจากเครื่องตอนห้าทุ่ม

และเหยียบข้าวสารตอนตีหนึ่ง

ยังไม่มีที่พัก เดินถือเซิฟบอร์ดมาคนเดียว…

กระดานโต้คลื่นใหญ่มากๆในถุงใส่

ก็มีน้ำใจจากเพื่อนร่วมชาติชวนไปพักที่ห้อง

 

เบียร์เริ่มถูกหยิบยื่นให้กันและกัน

คนอยู่ใกล้ๆก็เดินไปซื้อเข้ามาเพิ่ม

กลุ่มก็ขยายออกไปเรื่อยๆ

จากคนห้าสัญชาติ ก็กระจายออกเป็น สิบกว่าสัญชาติ

 

ความโดดเดี่ยวของแต่ละคนแต่ละกลุ่ม

ถูกความอบอุ่นของมิตรภาพเติมเต็มให้กันและกัน

 

ผมจากมาด้วยความสุข ตอนตีหนึ่งกว่าๆ

ความว่างเปล่าของผมถูกเติมเต็ม

เมื่อได้รับรอยยิ้มจากคนแปลกหน้า

 

About hyperglycimia

PONG... me as the pong
This entry was posted in Mine. Bookmark the permalink.

10 Responses to ความเหงาร้างลา ความว่างถูกเติมเต็ม

  1. SiMpLe says:

    อ่านแล้ว อิจฉาจัง  
    เป็นผู้ชายนี่มันดีอย่างนี้เอง 
    ถ้าเป็นเพศหญิง ไปทำแบบคุณ ปองบ้าง ก็ จะถูกมองไปอีกนัยนึงทันที  นี่แหละข้อจำกัด
     
     
    ปล.  จิงๆ แล้ว ชอบดูเวลาคนขายกาแฟ เค้าทำ สนุกดีค่ะ แล้วก็ ไมได้หลงคนชงกาแฟหรอกค่ะ  มองเพลิน ๆ
     
    ขอบคุณนะค่ะ ที่แวะไป Comment ให้

  2. BOTH says:

    เฮ้ย ชอบว่ะ ไอ้อารมณ์แบบที่เดินเข้าผับ แล้วก็ไปนั่งคุยกับใครที่ไหนก็ไม่รู้
    อยู่ที่นี่ก็เคยบ้าง สองสามหน

    วันหลังไปด้วยนะ

  3. N♥n says:

    -*- อ่านแบบมึน ๆ
     
    เริ่มต้นเรื่องซะเครียดแต่พอจบ 55555
     
    พี่ปองนะพี่ปอง ช่วงนี้นุ่นไม่สบายมากเลยอะพี่ปอง
     
    วันจันทร์พุดสัมมนาด้วยจะรอดป่าวไม่รู้ T_T
     
    ขอเอ็ม 16 มายิงตัวเองหน่อยสิ -*- เบื่อความขี้โรคมากเลยยย
     
    เห้ออออออออ มากี่ทีก้อบ่นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
     
    พอล่ะ เหอ ๆ พี่ปองรักษาสุขภาพด้วยนะจ้ะ มีความสุขมากๆคร้าบบบ
     

  4. Pichapong says:

    Capuchino – ชื่อฟังดูเป็นอิตาเลี่ยนนะครับ:)
     
    จริงๆ ผมก็เห็นผู้หญิงหลายคน เดินเล่นอย่างที่ผมเดิน
    คิดอย่างที่ผมคิดนะครับ
     
    เพียงแต่ขนบ และกรอบที่ถูกยัดฝังหัว ทำให้คนรอบข้างมองแปลกๆ อย่างที่ capuchino คิดนะ
     
    แต่อย่าอิจฉาเลย ที่ผมเป็นอย่างนั้น ณ เวลานั้น
    ที่ผมได้ไปที่นั่น มันเกิดจากภาวะทนไม่ได้ ภาวะระคาย
    ผมโดนความเหงา ความว่าง ผลักดันให้ออกเดินทาง ไปปลดกล่องตีบตัน ที่อุดในหลอดเลือดหัวใจ
    มันทรมาณมากกว่าสนุกนะครับ ผมไม่มีวิธีปลดปล่อย อย่างการร้องไห้ไว้ใช้งาน
    ผมไม่สามารถทำอะไรได้เลย ไม่น่าอิจฉาหรอก
     
    …………………..
     
    ปล. capuchino ชอบกิน cappuccino ที่ทำโดยพระ capuchin ที่ใส่หมวก capuccio พ้องเสียงดีนะครับ

  5. Pichapong says:

    both เอาดิ กูก็เป็นอย่างนี้แหละ เมื่อวันพฤหัส ก็ออกไปกับน้องพลอย แต่ไม่ได้คุยกับคนแปลกหน้า
     
    นุ่นจ๋า หายเร็วๆนะ อย่ามึนงงกับอะไรต่อมิอะไรมาก มองโลกให้ง่ายขึ้นหน่อย ไม่งั้นจะใช้ชีวิตยาก เหมือนพี่

  6. DO NOT says:

    ตามมาจากในสเปซของฝนอีกทีนะ อิอิ
    ชอบรูปแบบการเขียนจังเลยค่ะ ที่จริงเคยเข้ามาตั้งหลายทีแล้วล่ะ แต่ก็ยังไม่เคยได้คอมเม้นซักกกที (กลัวว่าจะกลายเป็นคนที่ไหนไม่รู้ ที่มาเม้นอ่านะ)
     
    อ่านดูตอนแรกๆ ฝนว่า สังคมไทยสมัยนี้มันเสื่อมถอยลงไปเยอะเลย จนถึงกับต้องมีทหารมาเดินแบกปืนไปมา
    แต่พออ่านลงมาเรื่อยๆ ก็ยังเห็นว่า เออ..เนอะ สังคมไทยมันก็ยังคงมีอะไรดีๆอยู่บ้างแหละเนอะ ดีจัง
     
    ชอบวิธีการมองโลกของพี่จังค่ะ
     
    ปล. อ่านแล้วก็อยากไป "ข้าวสาร" จัง
     
     
     
     
     
     
     
     
     

  7. Patricia says:

    พลอยจะขึ้นไปปาย
    แต่สิทจะลงมากรุงเทพ
     
    เซ็ง…
     
    ปล. นู๋อยากไปบริค แต่กัวจะไปทำหน้าเซ็งแถวนั้นอีก

  8. Fern says:

    แปลก คราวนี้ก็เข้าง่ายไม่มีปัญหาแฮะ

  9. N♥n says:

    -*- โอเคคร้าบบพี่ชายยยยย
     
    ตอนนี้โอเค(แล้วมั้ง)ว่าแต่ขอแช่อยู่ในสเปซนี้นานๆได้ป่าวค่ะ
     
    แบบว่าชอบเพลงนี้มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
     
    (เทวดาเคยร้องให้ฟังค่ะ หุ ๆ ) พี่ปองรักษาสุขภาพด้วยนะ
     
    ปล.การบ้านยังเยอะเหมือนเดิมอะพี่ปองงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง -*-
     

  10. Atthakrit says:

    เติมเต็มเหี้ยไรที่ข้าวสาร ……….
    ไปวัดสิครับ วัดโพ แถวรัชดา …เติมเมื่อไหร่ก็เต็มเมื่อนั้น
     
    ดูแลตนเองด้วยเพื่อน เลิกดื่ม แล้ว อยู่กับกูไปนานๆ
     
    ปล. ถึงแม้มึงจะเขียนคนละแนวกับกู แต่มึงเขียนเก่งว่ะ ปอง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s