สังเวชปฎิกาล… Once beneath the moment in Bangkok

 
วันนี้       โดยความสัตย์จริง หมายถึงวันเสาร์
เวลานั้น   ระบุอย่างเจาะจง คือ ๒๐ นาฬิกา ๑๕ นาที
 
ขณะที่ทานข้าวเย็น ร่วมกับ กรรมการผู้ถือหุ้นในบริษัทอีก ๓ คน
ที่ร้านป้าดาว หน้าหอพัก พี อาร์ แอล เพลซ
 
เสียงแว่วเข้ามา เป็นเสียงดังเหมือน เอาไม้ขนไก่ฟาดลงบนฟูกเมื่อเอาไปตากแดด
ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ จากนั้นก็เป็นเสียงคนโวยวาย

ตุ๊บ ผั๊วะ ผั๊วะ … อีเหี้ย… กูให้มึงดูลูกกู…

ตุ๊บ ผั๊วะ ผั๊วะ … สันดาน… เอาทองลูกกูคืนมา….

****!@#!$!*******

ฝ่ายชายทำร้ายฝ่ายหญิง โดยฝ่ายหญิงอยู่ในลักษณะยอมจำนน
เหมือนอยู่ในภาวะ ศิโรราบต่ออีกฝ่ายด้วยหลักฐาน หรือว่ามีชนักติดหลังอยู่
 
มีความเห็นจากทางด้านไกลๆ แว่วว่า "ผัวเมียทะเลาะกัน"
 
ฝ่ายหญิงล่า ถอยออกมา ทางช่องเปิดของถนนด้านหน้าหอพัก
สัมภาระหนึ่งชิ้น คือ เป้สีดำ ท่าทางเหมือนอัดแน่นด้วยสิ่งของ กลิ้งโค่โร่ ตามทาง
 
ภาพที่ปรากฎ เป็นภาพของฝ่ายชาย ง้างมือเป็นวงกว้าง
แล้วเหวี่ยงลงมาบนศรีษะของฝ่ายหญิง อย่างเหลือคณานับ
มือด้านหนึ่งกระหน่ำรองเท้าฟองน้ำฟาดลงมาไม่ยั้ง
ส่วนมืออีกด้านหนึ่งจับแขนฝ่ายหญิงเหวี่ยงเข้าไป ทางด้านในของช่องเปิดถนนไปสู่หอพัก
 
ฝ่ายหญิงเสียหลักล้มลง ฝ่ายชายยังไม่หยุดกระหน่ำฟาดลงมา
ขาของฝ่ายชายก็เริ่มทำงาน เงื้อไปด้านหลัง ก่อนที่จะหวดไปยังร่างของฝ่ายหญิง
 
เสียงเอะอะมะเทิ่ง ดังเป็นระยะๆ จับใจความได้ว่า
ฝ่ายชายว่าฝ่ายหญิง ขโมยทองของลูกแบเบาะของผู้ชาย แล้วกำลังจะหนีไป
ส่วนฝ่ายหญิง ยังไม่ปริปากอะไร…
 
พลมุงทั้งหลาย เริ่มจับจองพื้นที่สังเกตุการ
มีการพูดถึงการโทรศัพท์ไปแจ้งความกับตำรวจ… แค่พูดถึง
 
จากระยะไกล ฝ่ายหญิงกลิ้งอยู่กับพื้น
โดนเตะชายโครง สองสามครั้ง และ โดนเอาเท้าเหยียบที่หัว…
 
การตัดสินใจเบื้องแรกของผม คือ จำเป็นต้องทำให้ฝ่ายกระทำหยุดการกระทำทุกอย่าง
มันรุณแรงเกินความจำเป็นเสียแล้ว สำหรับการทะเลาะกันของผัวเมีย
ต่อให้เป็นผัวเมีย มันก็เกินไปมากเสียจนรับไม่ได้
 
ผมเดินเข้าไปให้ใกล้สถานการณ์มากขึ้นกว่าเดิม
มองเห็นอย่างชัดเจนว่า ฝ่ายหญิง กองอยู่บนพิ้น
ส่วนฝ่ายชายกำลังจะลงมือต่อ พร้อมด่ากัน
 
ผมพูดด้วยเสียงดังคำนึงออกไปว่า "พี่หยุดก่อน"
ฝ่ายชายหยุดสังเกตุต้นเสียงว่ามาจากไหน
ผมพูดต่อไป อย่างช้าๆ ทำนิ่งๆ ลดอารมณ์ที่รุณแรงลง
"มันรุณแรงไปแล้วครับ"
 
ฝ่ายชายมองหน้าผมอยู่พักนึง สายตาสงบลงนิดนึง
แต่ก็ยังเดินตรงเข้าไปหาฝ่ายหญิง อย่างช้าๆ
ผมพูดต่อไปว่า "ใจเย็นๆนิดนึงครับ ขอผมเดินเข้าไป"
 
ผมเดินเข้าไปแตะบ่าฝ่ายชายเบาๆ "ใจเย็นๆนะครับ"
ฝ่ายชายหยุด แล้วก็บอกผมว่า เค้าแจ้งความแล้วว่า ผู้หญิงคนนั้นขโมยทองไป
ผมก็บอกไปว่าการทำอย่างนี้ โดยใช้ความรุณแรงมันน่าจะมีเรื่องทำร้ายร่างกายเข้ามาเกี่ยวข้อง
รอให้ตำรวจมาดีกว่า… เค้าหยุดอยู่พักนึง
 
ฝ่ายหญิงตะโกนด่า….
 
ยามที่ดูแลหอพักกับพนักงานประจำหอพักก็เข้ามากันตัวฝ่ายหญิงออกไป
 
และผมก็เดินจากมา เมื่อเห็นท่าของฝ่ายชายสงบลงแล้ว
 
…………………………………………………………………………………………………………
ผมเล่าไม่จบ ยังมีต่ออีกหน่อย แต่ไม่อยากพูดถึง
…………………………………………………………………………………………………………
 
ผมสังเวช
 
ชีวิตผม อาจจะเคยพลั้งมือ ตบน้องสาว ในฐานะพี่ที่ต้องดูแลน้อง แต่ผมก็รู้สึกผิดที่ทำอย่างนั้น
แต่ผมไม่เคยแม้แต่จะคิด ทำร้ายร่างกายผู้หญิงคนใด ในโลกนี้
 
ยังมีความอำมหิต หลงเหลือ พอที่จะทำให้โลกนี้ มีเพศชายที่ทำร้ายเพศหญิงได้อย่างนั้นอีกหรือ?
 
ผมทนอยู่ตรงนั้นไม่ได้…………..
 
ผมเจ็บปวดที่เห็นภาพนั้น
เพศชายคนหนึ่ง ใช้กำลังเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
โดยการลงมือเพียงฝ่ายเดียวกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง
มันสมควรด้วยประการใดงั้นหรือ?
 
ไม่มีสิ่งใด มีเหตุผลเพียงพอให้ทำอย่างนั้นเลย
 
ผมสังเวช เวนัยสัตว์ ทั้งหลาย ที่เรียกว่า "คน" จริงๆ 

About hyperglycimia

PONG... me as the pong
This entry was posted in Philosophy. Bookmark the permalink.

3 Responses to สังเวชปฎิกาล… Once beneath the moment in Bangkok

  1. Fern says:

    แมนมาก แมนมาก

  2. N♥n says:

    พี่ปองงงงงงงงงงงง
     
    โหหหหหหห พี่ชายที่แสนดี
     
    ดีแล้วที่ห้าม ไอ้นั่นมันไม่หน้าตัวเมีย ไม่หน้าตัวผู้
     
    แต่มันไม่ใช่คนล่ะทุเรศที่สุด ถึงฝ่ายหญิงจะผิดแต่ทำร้ายคนที่อ่อนแอกว่าขนาดนั้นได้ไงเนาะ
     
    อันนี้ไม่ได้เข้าข้างผู้หญิงนะ แต่ถ้ามีปรั๋วแบบนี้เป็นนุ่นก้อขอหนีล่ะ
     
    อ้อ ขอบคุณมากนะจ้ะ วิธีที่ให้ล้วงคออ้วก 555 สุดยอดๆ อยากลองดูเหมือนกัน
     
    เบื่ออะพี่พวกโรคจิตชอบตามด่าไม่ไป ไล่ไม่หนีเฮ้อออออออ มาบ่นทุกที
     
    พี่ปองรักษาสุขภาพด้วยนะจ้ะ คิดถึงพี่ชายคร้าบบบบ(แต่รมไม่ค่อยดีเลยไม่ค่อยได้ไปทักทายใคร)

  3. Pichapong says:

    จริงๆ แล้ววันนั้น ก่อนหน้าที่ปองจะเดินไปห้าม
    มีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง คิดจะเดินเข้าไปห้ามเช่นกัน
    เพียงแต่ มีคำเตือนแว่วๆมาว่า มันเป็นเรื่องของสามีภรรยา
     
    สิ่งที่ผมรู้สึกแย่วันนั้น มีอยู่ 3 เรื่อง
    หนึ่ง คือ ผู้ชายที่ทำร้ายร่างกายผู้หญิง ไม่ว่ากรณีใด
    สอง คือ ตัวผมเอง ที่ยังมัวรออะไรอยู่ในตอนแรก ที่ไม่เดินไปหยุดไปห้ามในทันที
               อาจจะเป็นเพราะผม ยังมัวตามกระแสสังคม ยังคงยึดติดมวลชน ไม่ได้ต่อต้านในทันที ไม่ว่ามันจะถูกหรือผิด
    สาม คือ สังคมรอบข้าง ทำไมยังหยุดรอกันอยู่…
               แม้ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะโดนทำร้ายคืนเช่นกัน
               ฝ่ายนึงอาจจะมีอาวุธ หรือ ฝ่ายนึงอาจจะเป็นคนผิดก็ตามที
               แต่มันสมควรแล้วหรือ ที่จำเป็นต้องหยุด ดูดการทารุณกรรมอย่างนั้น…….
     
    ยังคงรู้สึกแย่อยู่เลยอ่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s