โลกใบมหึมาของท่านปอง

โลกใบมหึมาของท่านปอง
 
ก่อนหน้านี้นานนม 38 ชั่วโมงโดยประมาณ
ไอ้ปอง ได้พูดถึงโลกใบเล็กของมันไป
 
ที่เปรียบเทียบไว้ให้เป็นโลกใบเล็ก เพราะว่า มันเป็นโลกใบเล็ก
มิติของมันเป็นเรื่องของ จุดสังเกตของมัน กับ เคหะวัตถุรายรอบ
เป็นเรื่องราวยิบย่อยละเอียดเร้นอยู่ในหลืบที่ไม่ค่อยมีคนสนใจมอง
 
ตอนนี้ ไอ้ปองเดินถอยหลังออกมา ภาพที่มองอยู่ข้างหน้ามันก็เล็กลง
มุมมองก็กว้างขึ้น ยิ่งถอยออกมา จุดสังเกตุก็เล็กลงเรื่อยๆ
ก็มองภาพได้ครอบคลุมมากขึ้น……….
 
จากไอ้ปอง -กลายเป็น-> ปอง -กลายเป็น-> คุณปอง -กลายเป็น->  ท่านปอง
 
ท่านปองเป็นผู้สังเกตุ มองไปยัง reference point
จากโลกใบเล็ก ที่เห็นแต่อะไรเล็ก ก็กลายเป็นโลกใบใหญ่
ยิ่งถอย ยิ่งใหญ่ จากนั้น ก็กลายเป็น "โลกใบมหึมา"
 
———————————————————————
 
ท่านปอง เดินทางในแต่ละวัน ประสบกับรถติดเป็นอาจิณ
ท่านปองเหนื่อยหน่ายกับการเดินทาง ที่มีจุดหมายชัดเจน แต่วิถีทางไปไม่แน่นอน
 
การเดินทางระหว่าง 2 ที่ คือ
จากจุดเริ่มต้น = สถานที่ที่อยู่ ณ ปัจจุบันของเวลานั้น
ไปยังปลายทาง = สถานที่ ที่มุ่งหมายจะไป ในอนาคตของเวลานั้น
 
การเดินทางสามารถเลือกเส้นทางได้หลากหลาย
โดยยึดเอาความสะดวกและความรวดเร็วเป็นตัวกำหนดเส้นทางที่จะไป
 
เส้นทางของท่านปอง ในบางครั้งก็อ้อม ใช้ระยะทางในการเดินทางมากขึ้น
แต่ระยะเวลาที่ใช้รอให้รถเคลื่อน ให้ไปถึงยังจุดหมายน้อยลง
หรืออย่างน้อยก็ยังพอหลอกตัวเองได้ว่าใช้เวลาเดินทางน้อยลง
 
การเดินทางในแต่ละครั้ง นอกจากเส้นทางเดินทางที่ต่างกันแล้ว
ก็มีวิธีการเดินทางที่ต่างกันไป ตามวัตถุประสงค์ และความยุ่งยากอีก
เดินทางคนเดียว ระยะทางสั้นๆ อาจจะใช้มอร์เตอร์ไซค์รับจ้าง
เดินทางคนเดียว ระยะทางปานกลาง อาจจะใช้รถเมล์
ถ้ามีสัมภาระ อาจจะใช้แท๊กซี่
หรือถ้าไปหลายๆที่ ก็อาจจะใช้รถส่วนตัว ฯลฯ
 
 
โอกาสในการใช้งานที่ต่างกัน มันหมายถึงค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน
ระยะทางก็เช่นเดียวกัน ราคาของการเดินทางย่อมแตกต่าง..
เพียงแต่ ระยะสั้น เปลืองมากกว่าระยะทางไกล
 
            พลังงานหลักที่ใช้ในการเดินทาง ก็ย่อมไม่พ้นไปจาก "น้ำมันเชื้อเพลิง"
            ภาวะยอมจำนนต่อกลไกอุปสงค์ของโลกในขณะนี้
            ทำให้เมืองไทยต้องใช้ทองคำสีดำในราคาแพง
 
                        การเดินทางแต่ละครั้งก็ต้องคิดหาทางไปก่อน ที่ออกเดินทาง
                        เพื่อให้ใช้ทรัพยากรน้ำมันอย่างคุ้มค่าที่สุด
                        ท่านปอง ก็ไม่ได้ถูกยกเว้น ทำให้ต้องออกแบบการเดินทางในแต่ละครั้ง
 
optimizing fuel consumption ของรถยนต์ฟอร์ดโฟกัส หรือว่า "น้องเป้า"
ก็คือ 124 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ สองพันเก้าร้อยรอบ
จะทำให้ได้ระยะทาง 16.2 กิโลเมตร ต่อน้ำมัน 1 ลิตร
 
             แต่มันเป็นไปไม่ได้ ถ้าจะต้องขับรถด้วยความเร็วขนาดนี้ตลอดเวลาในกรุงเทพ
             ดังนั้น อัตตาสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเฉลี่ยในตัวเมืองก็คือ
             1 ลิตร วิ่งได้ 9 km.
             เปลืองมาก หนึ่งกิโลเมตรใช้เงินเกือบ 4 บาท
 
นี่คือรถยุโรปเครื่องยนต์ขนาดไม่ใหญ่มากคันหนึ่งเท่านั้น
แล้วรถอื่นๆอีกล่ะ ทั้งใหญ่ทั้งเล็ก
ลองประเมินดูละกัน
 
สมมุติ ให้อัตตราสิ้นเปลืองน้ำม้นของรถทุกคันคือ 10 กิโลต่อน้ำมัน 1 ลิตร
วันหนึ่งรถคันหนึ่งวิ่งประมาณ 50 กิโล คันหนึ่งก็ใช้น้ำมัน 5 ลิตรโดยสมมุติ
รถทั้งหมดในกรุงเทพ มี 1 ล้านคัน ใช้น้ำมัน 5 ล้านลิตร ต่อวัน
เดือนหนึงใช้ 150 ล้านลิตร ปีละ 1800 ล้านลิตร
 
รถหนึ่งคันเมื่อสันดาป ก็จะได้ความร้อน กับของเหลือ
ซึ่งของเหลือเหล่านั้นก็คือ ก๊าซเรือนกระจกต่างๆ ทั้ง
คาบอนไดออกไซด์ คาบอนมอนอกไซด์ ฯลฯ
โลกก็ร้อน มลพิษก็เกิด
 
ปีหนึ่งปีหนึ่ง เราทำลายธรรมชาติไปตั้งเท่าไหร่……..
 
ผมจะใช้รถส่วนตัวให้น้อยลงครับ
 
ลงนามโดย
ท่านปอง
20 มีนาคม 2550

About hyperglycimia

PONG... me as the pong
This entry was posted in Philosophy. Bookmark the permalink.

2 Responses to โลกใบมหึมาของท่านปอง

  1. Pichapong says:

    โลกใบใหญ่ไร้แก่นสาร
    ช่างแม่ง….
     
     

  2. Derek says:

    ท่าน…. ขึ้นต้นมาด้วยมุมมองลงท้ายด้วยเรื่องของ sufficiency economic (energy view)ได้อย่างไร??เอิ๊กๆใช่เรื่อง จุดอ้างอิงโยงหากันซะงั้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s