เล็ก เนื้อสด … วันนี้พี่ขอ ไม่ใส่หอมเจียวนะ

 

เสียงแผ่วเบา เดินทางผ่านอากาศมากระทบกับกระดูกโกลน

และกระดูกทั่งในรู้หูให้กิดการสั่นไหวของแก้วหู

เส้นประสาทนำลักษณะการสั่น ไปแปลสัญญาณกลางสมอง

สังเคราะห์ให้เกิดเป็นการรับรู้ขึ้นมา

 

เรื่องของเรื่องมันก็คือ

 

วันนี้ผมได้คุยกับนุ้ย… ผู้หญิงที่ผมถือว่าเป็นแฟนคนแรก

เธอโทรมาหลังจากที่ผมพึ่งวางสายอีกสายหนึ่งไป

ตอนเกือบเที่ยงคืน  การสนทนากินเวลา 58 นาที 29 วินาที

 

เธอกลับเมืองไทย หลังจากที่ไปใช้ชีวิตที่ออสเตรเลียกว่า สามปี

เธอมาทำวีซ่า เพื่อจะไปเรียนภาษาอิตาลีต่อ

ที่ อิตาลี กับแฟนชาวอิตาเลี่ยนของเธอ

 

นุ้ย กับผม เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาเป็นเวลานานแล้ว

เราเคยสร้างความเสียใจให้แก่กัน

เราเคยปลอบประโลมกันยามท้อถอย

เราเคยสนุกในการคุยกันฉันเพื่อนสนิท..

 

เวลาเปลี่ยนแปลงคนเราไปจริงๆ

สิ่งต่างๆที่อาจจะดี หรือไม่ดี ของตัวคน

ล้วนถูกกระแสเวลาชักออกไปบ้างไม่มากก็น้อย

 

ด้วยความสัจน์จริง ผมอิจฉาเธอ

ที่เธอเป็นผู้ใหญ่ขึ้น จากน้ำเสียงและ

ความคิดที่ผ่านมาจากหลอดเสียงของเธอ

 

ผมรู้สึกถึงผู้หญิงคนหนึ่ง ได้ใช้ศักยภาพของสมอง

ระลึกถึงความเป็นจริงของโลกใบนี้อย่างมีสติ

 

———————————————————————

วันคืนในอดีต 

 

เมื่อ 10 ปีก่อน เราเคยใช้อารมณ์แห่งความรักนำพาไป

เรามีความรู้สึกถึงความรักอย่างรุณแรง โดยปราศจากกรอบ

เรา ณ วันนั้น ไม่มีเกราะครอบคลุม ไม่มีบรรทัดฐานขีดเส้น

เราสามารถปลดปล่อยความรู้สึกออกมาอย่างไม่มีจังหวะชะงักงัน

 

นั่นแหละ เพราะเราเป็นเด็ก…

หรือเป็นวัยรุ่นที่กำลังก้าวไปสู่ความรับผิดชอบที่สูงขึ้น

 

แรงขับ ณ ตอนนั้น มันมหาศาลเหลือเกิน

สองมือสองเท้าของผมทำงานเต็มที่เพื่อจะติดตามแรงผลักไป

 

เราประสบเรื่องราวมากมาย ปัญหาและอุปสรรคเหลือแสนจะกล่าว

เมื่อเทียบกับคนอื่นๆในวัยเดียวกัน รักของเรามิได้เคยเป็นเรื่องง่ายเลย

แต่เราสองคนก็สามารถผ่านมาได้ด้วยกัน มีการประคับประคองกันมาตลอด

 

วันนั้น ผมมองไปไกลกว่านั้น

——————————————————————–

 

เวลาไม่เคยหลับ 

 

ทุกเวลาในห้วง 10 ปีต่อมาหลังจากวัีนนั้น

 

ผมยังคงจำวันเกิดเธอได้

ผมยังคงพูดกับเธอเมื่อถึงวันเกิดของเธอ

และผมก็ยังคงระลึกได้ ถึงวันที่ 18 กุมภาพันธ์

ที่เราตกลงคบกัน ที่ลานช้าง ข้างสระน้ำ

 

แม้กระทั่งสัมผัสจากมือของเธอ ที่เย็นเยือก ตอนนั้น

ก็ยังรู้สึกที่มือของผมทุกเวลา ที่ผมนั่งในที่โล่งตอนบ่ายสามโมงตอนนี้

 

ทุกสิ่ง ในตอนนั้นเหมือนถูกเก็บไว้ในขวดโหล เก็บวิญญาณ

วิญญาณของปอง คนนั้น ตายอยู่ในห้วงเวลานั้น

 

จดหมาย รูปถ่าย ภาพเขียน ของขวัญชิ้นเล็ก ยังอยู่ในที่ของมัน

สิ่งที่เธอให้ผมทั้งหมด ผมยังเก็บไว้

กระดาษไม่ได้เคลือบก็กรอบไปบ้าง

ภาพวาดก็สีหม่นลงตามกาลเวลาแม้จะอยู่ในกรอบ

รูปถ่ายที่ไม่เหลือฟิล์มอีกแล้ว ก็ยังอยู่ในอัลบั้มรูป

 

เธอในตอนนั้นก็ยังคงมีตัวตนอยู่กับวิญญาณของปองคนนั้น

ในพื้นที่เล็กๆ ของ ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่…

 

เราเป็น เพื่อนกัน เรารักกัน

————————————————————————

 

นี่ไม่ใช่หนังไทย ไม่ใช่ละครน้ำเน่า

แต่เป็นความรู้สึกที่ท่วมท้นจิตใจผมตอนนี้

 

แม้จะวางหูได้สักพักแล้ว

แต่ความรู้สึกก็ยังคงสดอยู่

มันยังไม่แห้งไปตามอากาศรอบข้าง

 

ผมบันทึกเอาไว้ ผมอยากได้ความสดของมัน

———————————————————————-

 

เรื่องอดีต ก็แค่ย้ำเตือน ถึงความสุขในครั้งก่อน

 

วันนี้ ผมได้ยินเสียงของเธอ

เหมือนที่ผมต้องการจะได้ยินมาตลอด

ไม่ว่าจะผ่านไปยังไง เสียงของเธอก็เหมือนเดิม

 

เธอร้องไห้ เมื่อเราุคุยกัน ถึงเรื่องเก่าๆ

เหมือนเราเป็นคนแก่

เรายังคงหยอกล้อกัน เรายังกวนกันบ้าง

เหมือนเรายังเด็ก

 

ตาแก่ ตัวอ้วน ลงพุง หัวล้าน

กับยายแก่ ผอมแห้ง หนังเหี่ยว

ได้นั่งคุยกัน ผ่านโทรศัพท์มือถือ

 

ภาพต่างๆมันชัดขึ้นเรื่อย

จากที่มันเคยเบลอๆอยู่

 

เราคุยกันเรื่องเก่าๆบ้าง

สารทุกข์สุกดิบบ้าง

ความเป็นไปของชีวิต

วินาทีที่เจอกับสิ่งดีๆ

 

ผมยังคงอยากรู้เรื่องของเธอ

เธอก็ยังคงอยากรู้เรื่องของผม

 

แต่ผมก็ไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะกลายมาเป็นแฟนผม

จะกลายมาเป็นภรรยาของผมสักวันหนึ่งหรอกนะ

แค่เรารักกัน เราเคยเป็นแฟนกัน แค่นั้นแหละ

 

เธอมีมุมมองในการใช้ชีวิตที่แตกต่างออกไปจากที่เคยเป็น

เธอมีความคิด มีความกร้าน จากสิ่งที่อยู่รอบข้างเธอ

เธอมีความแข็งแกร่ง มีความต้านทานกับสิ่งกระทบมากกว่าเดิม

 

มันเป็นไปไม่ได้ สำหรับเรา ที่จะเดินทางสายเดียวกันข้างกันอีก

สิ่งที่ผมทำได้ ก็เพียงแค่ คอยผลัก คอยฉุด หรือ คอยสนับสนุน

เมื่อเธอร้องขอ จากที่ไกลๆ ยามเธอวิกฤต ยามต้องการ

ผมทำได้แค่นั้น……..

 

 

เราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน … คำสุดท้ายที่อยู่ในคอ แต่ผมไม่ได้พูด

About hyperglycimia

PONG... me as the pong
This entry was posted in Mine. Bookmark the permalink.

4 Responses to เล็ก เนื้อสด … วันนี้พี่ขอ ไม่ใส่หอมเจียวนะ

  1. samanan says:

    อ่านไป
     
    ก้อ
     
    ยิ่งคิดถึงเมื่อครั้งวันวานเหมือนกัน
    แต่ก้อนั่นละ
    เมื่อวานมัน่านไปแล้ว
    แล้ววันนี้ก้อกำลังจะผ่านไป
     
    เวาลามันเดินทุกขณะ
    คนเราก้อเปลี่ยนทุกขณะ
    จะเห็นว่ามันเปลี่ยชัดขึ้น ก้อเมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนานขึ้น
     
     
    เธอเปลี่ยนไป เราก้อเปลี่ยนเช่นดียวกัน
     
    นี่ละนา
    ความจริงที่ว่า ทุกๆสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลงเสมอ
     
     

  2. Suthawan says:

    อืมมม คะ … อายไม่รู้จะเม้นท์ยังไง ทุกอย่างเปลี่ยนตามเวลา เฮ้อ !! ขอติดไว้เม้นท์คราวหน้านะคะ

  3. Pichapong says:

    ใช่มันเปลี่ยนแปลง
     
    ผมก็เปลี่ยนแปลงเกือบจะตลอดเวลา ที่สมองทำงาน
     
    แต่อัตตาผมมันติดกับภาพเก่าๆ…
    ผมมันมีสองมาตรฐาน double standard
    ผมเปลี่ยนได้ แต่ผมกลัวที่จะเห็นคนอื่นเปลี่ยนไง…😀

  4. Atthakrit says:

    sao ship hay!!!
     
    i hate this kind of story, i hate change.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s